พระสุตตันตปิฎกไทย: 11/267/436 437 438 439 440 441
สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค
[๔๓๖] ธรรม ๗ อย่างที่ควรละเป็นไฉน ฯ
ได้แก่อนุสัย ๗ คือ อนุสัยคือกามราคะ ปฏิฆะ ทิฐิ วิจิกิจฉา มานะ ภวราคะ
อวิชชา ธรรม ๗ อย่างเหล่านี้ควรละ ฯ
[๔๓๗] ธรรม ๗ อย่างที่เป็นไปในส่วนข้างเสื่อมเป็นไฉน ฯ
ได้แก่อสัทธรรม ๗ คือ ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่มีสัทธา
ไม่มีหิริ ไม่มีโอตัปปะ มีสุตะน้อย เกียจคร้าน หลงลืมสติมีปัญญาทราม ธรรม ๗ อย่าง
เหล่านี้เป็นไปในส่วนข้างเสื่อม ฯ
[๔๓๘] ธรรม ๗ อย่างที่เป็นไปในส่วนข้างเจริญเป็นไฉน ฯ
ได้แก่สัทธรรม ๗ คือ ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีสัทธา
มีหิริ มีโอตัปปะ มีสุตะมาก ปรารภความเพียร เข้าไปตั้งสติไว้มีปัญญา ธรรม ๗ อย่าง
เหล่านี้เป็นไปในส่วนข้างเจริญ ฯ
[๔๓๙] ธรรม ๗ อย่างที่แทงตลอดได้ยากเป็นไฉน
ได้แก่สัปปุริสธรรม๗ คือ ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้เป็นผู้รู้เหตุ
รู้ผล รู้จักตนรู้ประมาณ รู้กาลเวลา รู้บริษัท รู้จักเลือกบุคคล ธรรม ๗ อย่างนี้แทงตลอดได้ยาก ฯ
[๔๔๐] ธรรม ๗ อย่างที่ควรให้บังเกิดขึ้นเป็นไฉน ฯ
ได้แก่สัญญา ๗ คืออนิจจสัญญา อนัตตสัญญา อสุภสัญญา อาทีนวสัญญา ปหานสัญญา
วิราคสัญญา นิโรธสัญญา ธรรม ๗ อย่างเหล่านี้ ควรให้บังเกิดขึ้น ฯ
[๔๔๑] ธรรม ๗ อย่างที่ควรรู้ยิ่งเป็นไฉน ฯ
ได้แก่นิเทสวัตถุ ๗ อย่าง ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้เป็นผู้มีฉันทะ
กล้าในการสมาทานสิกขา และไม่ปราศจากความรักในการสมาทานสิกขาต่อไป ๑ มีฉันทะกล้าใน
การพิจารณาธรรม และไม่ปราศจากความรักในการพิจารณาธรรมต่อไป ๑ มีฉันทะกล้าในการกำจัด
ความอยากและไม่ปราศจากความรักในการกำจัดความอยากต่อไป ๑ มีฉันทะกล้าในการหลีกออก
เร้นอยู่ และไม่ปราศจากความรักในการหลีกออกเร้นอยู่ต่อไป ๑ มีฉันทะกล้าในการปรารภความ
เพียร และไม่ปราศจากความรักในการปรารภความเพียรต่อไป ๑ มีฉันทะกล้าในสติและปัญญา
เครื่องรักษาตน และไม่ปราศจากความรักในสติและปัญญาเครื่องรักษาตนต่อไป ๑ มีฉันทะกล้า