พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/263/253 254

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
เล่ม 32
หน้า 263
โถมกวรรคที่ ๒๖ โถมกเถราปทานที่ ๑ (๒๕๑) ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ
[๒๕๓] เราอยู่ในเทวโลก ได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าพระนามว่า วิปัสสี ผู้ แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง แล้วเบิกบานใจได้กล่าวคำนี้ว่า ขอนอบน้อม แด่พระองค์ บุรุษอาชาไนย ขอนอบน้อมแด่พระองค์ บุรุษสูงสุด พระองค์ ทรงแสดงอมฤตบท ทรงยังชนเป็นอันมากให้ข้ามได้ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้กล่าววาจาใด ในกาลนั้น ด้วยการกล่าววาจานั้น เราไม่รู้ จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัม ภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระโถมกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ โถมกเถราปทาน. เอกาสนทายกเถราปทานที่ ๒ (๒๕๒) ว่าด้วยผลแห่งการถวายบิณฑบาต
[๒๕๔] เรากับภริยาต้องการจะก่อสร้างกุศลสมภาร ในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ ประเสริฐสุด จึงละเพศเทวดามาในมนุษย์โลกนี้ เรามีใจผ่องใส ได้ถวาย ภิกษาแก่พระเถระ ผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ มีนาม ชื่อว่าเทวละ ในกัลปที่หนึ่งแสนกัลปนี้ เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายบิณฑบาต คุณ วิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้ แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเอกาสนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ เอกาสนทายกเถราปทาน.