พระสุตตันตปิฎกไทย: 11/252/372 373 374 375 376 377 378 379 380 381
สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค
[๓๗๒] ธรรมอย่างหนึ่งที่เป็นไปในส่วนข้างวิเศษเป็นไฉน คือการกระทำไว้ในใจ
โดยแยบคาย นี้ธรรมอย่างหนึ่งที่เป็นไปในส่วนข้างดี ฯ
[๓๗๓] ธรรมอย่างหนึ่งที่แทงตลอดได้ยากเป็นไฉน คือเจโตสมาธิเป็นอนันตริก
นี้ธรรมอย่างหนึ่งที่แทงตลอดได้ยาก ฯ
[๓๗๔] ธรรมอย่างหนึ่งที่ควรให้บังเกิดขึ้นเป็นไฉน คือญาณที่ไม่กำเริบนี้ธรรม
อย่างหนึ่งที่ควรให้บังเกิดขึ้น ฯ
[๓๗๕] ธรรมอย่างหนึ่งที่ควรรู้ยิ่งเป็นไฉน คือสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีอาหารเป็นที่ตั้ง
นี้ธรรมอย่างหนึ่งที่ควรรู้ยิ่ง ฯ
[๓๗๖] ธรรมอย่างหนึ่งที่ควรทำให้แจ้งเป็นไฉน คือเจโตวิมุตติอันไม่กำเริบ นี้ธรรม
อย่างหนึ่งที่ควรทำให้แจ้ง ฯ
ธรรมทั้งสิบดังพรรณนามานี้ เป็นของจริง แท้ แน่นอน ไม่ผิดพลาดไม่เป็น
อย่างอื่น อันพระตถาคตตรัสรู้แล้วโดยชอบ ฯ
[๓๗๗] ธรรม ๒ อย่างมีอุปการะมาก ธรรม ๒ อย่างควรให้เจริญ ธรรม๒ อย่างควร
กำหนดรู้ ธรรม ๒ อย่างควรละ ธรรม ๒ อย่างเป็นไปในส่วนข้างเสื่อม ธรรม ๒ อย่างเป็นไป
ในส่วนข้างวิเศษ ธรรม ๒ อย่างแทงตลอดได้ยากธรรม ๒ อย่างควรให้บังเกิดขึ้น ธรรม
๒ อย่างควรรู้ยิ่ง ธรรม ๒ อย่างควรทำให้แจ้ง ฯ
[๓๗๘] ธรรม ๒ อย่างที่มีอุปการะมากเป็นไฉน คือ สติ ๑ สัมปชัญญะ ๑ธรรม
๒ อย่างเหล่านี้มีอุปการะมาก ฯ
[๓๗๙] ธรรม ๒ อย่างที่ควรให้เจริญเป็นไฉน คือ สมถะ ๑ วิปัสนา ๑ธรรม ๒ อย่าง
เหล่านี้ควรให้เจริญ ฯ
[๓๘๐] ธรรม ๒ อย่างที่ควรกำหนดรู้เป็นไฉน คือ นาม ๑ รูป ๑ ธรรม๒ อย่าง
เหล่านี้ควรกำหนดรู้ ฯ
[๓๘๑] ธรรม ๒ อย่างที่ควรละเป็นไฉน คือ อวิชชา ๑ ภวตัณหา ๑ธรรม ๒ อย่าง
เหล่านี้ควรละ ฯ