พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/249/230 231
สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
มิญชวฏังสกิยเถราปทานที่ ๘ (๒๒๘)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาโพธิพฤกษ์
[๒๓๐] เมื่อพระโลกนาถ พระนามว่าสิขี ผู้ประเสริฐกว่าบรรดาเจ้าลัทธิ เสด็จ
นิพพานแล้ว เราได้ทำการบูชาโพธิพฤกษ์ อันเกลื่อนกล่นด้วยมาลัยประดับ
ศีรษะ ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ทำการบูชาใด ในกาลนั้น ด้วย
การบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาโพธิพฤกษ์ ในกัลป
ที่ ๒๖ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ (พระองค์หนึ่ง) ทรงพระนาม
ว่าเมฆัพภะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษ
เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด
แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระมิญชวฏังสกิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ มิญชวฏังสกิยเถราปทาน.
สุกตาเวฬิยเถราปทานที่ ๙ (๒๒๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายพวงมาลัย
[๒๓๑] ในกาลนั้น เราเป็นนายมาลาการมีนามว่าอสิตะ ได้ถือเอาพวงมาลัยไป
เพื่อน้อมเกล้าถวายแด่พระราชา ยังไม่ทันถึงพระราชา ก็ได้พบพระพุทธเจ้า
ผู้นำของโลก พระนามว่าสิขี เราร่าเริงมีจิตโสมนัส ได้บูชาแด่พระพุทธเจ้า
ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วย
การบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๒๕
แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช มีกำลังมาก มีนามว่าเวภาระ
มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสุกตาเวฬิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สุกตาเวฬิยเถราปทาน.