พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/248/228 229

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
เล่ม 32
หน้า 248
วกุลปุปผิยเถราปทานที่ ๖ (๒๒๖) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกพิกุล
[๒๒๘] ชนทั้งหลายรู้จักชื่อเราว่านารทะ รู้จักเราว่ากัสสปะ เราได้เห็นพระพุทธ เจ้านามว่าวิปัสสี ผู้เลิศกว่าบรรดาสมณะ อันเทวดาสักการะ ทรงไว้ซึ่ง อนุพยัญชนะ สมควรรับเครื่องบูชา เราถือเอาดอกพิกุลไปบูชาแด่พระ พุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๗๔ แต่กัลปนี้ ได้มีพระมหากษัตริย์พระนามว่าโรมสะ ทรงสวมพวง ดอกไม้เป็นอาภรณ์ มียาน พล และพาหนะพรั่งพร้อม คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระวกุลปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ วกุลปุปผิยเถราปทาน. โสวรรณวฏังสกิยเถราปทานที่ ๗ (๒๒๗) ว่าด้วยผลแห่งการถวายพวงมาลัย
[๒๒๙] เราเดินอยู่ตามพื้นที่สวน ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก เราได้ถือ มาลัยประดับศีรษะที่ทำด้วยทอง อันสร้าง (ตกแต่ง) อย่างดี ขึ้นคอช้าง ไปอย่างรีบด่วน บูชาแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน มีนามว่ามหาปตาปะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระโสวรรณวฏังสกิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ โสวรรณวฏังสกิยเถราปทาน.