พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/243/222

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
เล่ม 32
หน้า 243
ประเสริฐกว่านระ ซึ่งเสด็จเข้ามาสู่เรือน (ของเรา) เราได้ถวายเนยใสและ น้ำมันแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้คงที่ เราได้เห็นพระองค์ผู้มี ความกระวนกระวายสงบระงับ มีอินทรีย์ คือ พระพักตร์ผ่องใส จึงถวาย บังคมพระบาทของพระศาสดา แล้วให้ประกาศไปในบุรี พระวีรเจ้าผู้ถึงที่สุด แห่งฤทธิ์ ทรงเห็นเราผู้เลื่อมใสดี จึงเสด็จเหาะขึ้นสู่นภากาศ ดังพระยาหงส์ ในอัมพร ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายทานใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายเนยใสและน้ำมัน ในกัลปที่ ๑๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าทุติเทพ ทรง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำ เสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสัปปิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สัปปิทายกเถราปทาน. ปาปนิวาริยเถราปทานที่ ๑๐ (๒๒๐) ว่าด้วยผลแห่งการแต่งที่จงกรม
[๒๒๒] เราแผ้วถางที่จงกรมของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปิยทัสสี มุงบังด้วยไม้อ้อ ป้องกันลมและแดด เราก่อสร้างกุศลเพื่อต้องการเว้นบาป ตั้งความเพียร ในศาสนาของพระศาสดา เพื่อละกิเลสทั้งหลาย ในกัลปที่ ๑๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง ปรากฏพระนามว่าอัคคิเตชะ ทรง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำ เสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปาปนิวาริยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ปาปนิวาริยเถราปทาน. -----------------