พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/226/197
สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
มีพระนามชื่อว่าปทุม เป็นง่อยเปลี้ย (สปฺปโต) พระฉายาไม่ละพระองค์
ผู้เป็นมุนี ซึ่งประทับนั่งบนดอกบัวขาว เราเห็นอโศก มีดอกบานเป็นกลุ่มๆ
(พวงช่อ) น่าดูนัก จึง (หัก) บูชาแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุม ผู้อุดม
ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ
บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๗๐ แต่
กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระองค์ ทรงพระนามว่าอรณัญชหะ
สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา
ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอโสกปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อโสกปูชกเถราปทาน.
อังโกลกเถราปทานที่ ๕ (๑๙๕)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกปรู
[๑๙๗] เราเห็นต้นปรู มีดอกบานสะพรั่ง ดอกสวยงามเป็นพวงๆ จึงได้เก็บดอกไม้
นั้นไปในสำนักพระพุทธเจ้า สมัยนั้น พระมหามุนีพระนามว่าสิทธัตถะ
ทรงหลีกเร้นอยู่ในที่ลับ เราจึงบูชาเครื่องบูชาแล้ว โปรยดอกไม้ลงในถ้ำ
ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชา
นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๓๖ แต่กัลปนี้
ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าเทวคัชชิตะ ทรงสมบูรณ์
ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราได้ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้
ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอังโกลกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อังโกลกเถราปทาน.